ผู้เขียน หัวข้อ: โทรศัพท์มือถือกับการเชื่อมโลกด้วยเทคโนโลยี VoIP และก็ IMS  (Read 29 times)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

jangna097narak

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 451
    • ดูรายละเอียด
ในระยะเวลา 2-5 ปีที่กำลังเดินทางมาถึงนี้ ถือได้ว่าจุดแปลงของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่สำคัญยิ่ง ดังนี้เนื่องจากว่าระบบโทรศัพท์มือถือรวมทั้งโครงข่ายอินเทอร์เน็ตมีการหลอมรวมกัน (Convergence) อย่างชัดเจนเจนขึ้นเป็นลำดับ โดยมีการเดาว่า ในอนาคตโทรศัพท์มือถือจะเติบโตพร้อมกันไปกับการใช้บริการ Content บนอินเทอร์เน็ต โดยยิ่งไปกว่านั้นเทคโนโลยีของ Web3.0 แล้วก็ความประพฤติปฏิบัติการใช้แรงงานของลูกค้าในสมัย Net Generation จะก่อให้เป็นแรงกระตุ้นให้อุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือ สร้างเครื่องมือซึ่งสามารถเกื้อหนุนการใช้แรงงานในด้าน Mobile Social Network มากเพิ่มขึ้น ประกอบการขับเขยื้อนของแนวความคิด Ubiquitous network ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ก็ยิ่งทำให้แนวทางของอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือมุ่งสู่การผลิต Application ที่เกี่ยวกับ Mobile Social Network อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วก็มีการคาดหมายจากกรุ๊ปศึกษาค้นคว้า ABI Research ว่า กลุ่มผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในอนาคตจะมีการใช้งานโทรศัพท์มือถือ ที่มีลักษณะ Global, Interactive และก็ Dynamic เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงอาจก่อให้ตัวแบบธุรกิจในอุตสาหกรรมอื่นที่เชื่อมโยงกับธุรกิจโทรศัพท์มือถือแปรไปอย่างเร็ว (รูปถัดไปแสดงการทายการใช้แรงงานโทรศัพท์มือถือในลักษณะโซเชียลมีเดีย (Mobile Social Network) ในตอนปี 2008-2013 ของกรุ๊ปศึกษาค้นคว้า ABI Research)




รูปแสดง การคาดการณ์การใช้แรงงานโทรศัพท์มือถือในลักษณะโซเชียลมีเดีย (Mobile Social network) ในตอนปี 2008-2013 ของกรุ๊ปศึกษาค้นคว้า ABI Research จาก www.abiresearch.com 

           จากการเชื่อมต่อผู้คนทั่วทั้งโลกในลักษณะโซเชียลมีเดียบนโลกอินเทอร์เน็ต ก็เลยทำให้การพัฒนาเทคโนโลยี IP Multimedia Subsystem (IMS) และก็ Voice-over-IP เป็นไปด้วยความรวดเร็ว เพื่อรองรับการให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกแบบผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อรองรับการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายโทรศัพท์เขยื้อนรวมทั้งโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่สามารถให้บริการ Multimedia ต่างๆได้จากโทรศัพท์มือถือ โดยอยู่บนรากฐานของการส่งข้อมูลบนโครงข่ายบนมาตรฐาน Internet Protocol (IP) ซึ่งสามารถใช้บริการการเชื่อมต่อผู้คนทั่วทั้งโลกด้วยค่าสำหรับบริการราคาไม่แพงที่พอๆกับการใช้บริการการติดต่อสื่อสารบนอินเทอร์เน็ต

           เทคโนโลยี IMS จะก่อให้การให้บริการโทรศัพท์มือถือในอนาคตมีบริการที่นานาประการรวมทั้งทรงอำนาจ อย่างเช่น บริการ Face-to-Face Communication (Presence), บริการเจาะจงสถานที่ตั้งต่างๆ(Location Based Services) และก็  บริการโซเชียลเน็ตเวิร์คแบบเคลื่อน (Mobile Social Network) ฯลฯ ซึ่งเป็นการให้บริการแบบ Real time เฉพาะบุคคล เป็นการสร้างความพอใจให้กับผู้รับบริการเยอะขึ้น และก็ช่วยยกฐานะคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการ ยกตัวอย่างเช่น บริการแสดงภาพเคลื่อนไหวขณะใช้งาน (Presence) ทำให้พวกเราสามารถแลเห็นเพื่อนพ้องหรือฝูงคนที่พวกเราต้องการจะติดต่อ ไม่ว่าจะอยู่ในส่วนใดของโลก จุดหักเหที่สำคัญในอนาคตเป็นการให้บริการของโทรศัพท์มือถือซึ่งสามารถให้บริการ การสัมมนาทางโทรคำศัพท์แบบมองเห็นหน้า (Video conference) จากรอยต่อจุด (point to point ) ไปสู่การให้บริการหลายๆจุด (Multipoint) โดยการสัมมนาทางโทรคำศัพท์ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว จำต้องใช้บริการสะพานเชื่อมต่อของ IMS เพื่อจะเชื่อมต่อกระบวนการทำ Video call จากหลายจุดเข้าด้วยกัน  โดยการเชื่อมต่อการสัมมนานั้น จะไม่มีปัญหาในด้านไม่เหมือนกันของเครือข่ายแล้วก็เครื่องใช้ไม้สอยที่ใช้สำหรับการเชื่อมต่อ (Client device) อีกต่อไป รวมทั้งการเชื่อมต่อดังที่กล่าวถึงแล้วก็จะกระทำการส่งผ่านเครือข่าย IP เพราะฉะนั้น ผู้รับบริการสามารถใช้บริการ Video conference ได้จากหลายเทคโนโลยีซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะ Mobile Broadband Internet นั่นเอง

           ส่วนการพัฒนาเทคโนโลยี Voice-over-IP มีมานับตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของ Internet  แม้กระนั้นความสามารถการใช้แรงงานไม่เป็นที่ยอมรับ เนื่องมาจากในระยะแรก Internet ยังมีความเร็วน้อยเกินไปต่อการให้บริการ Voice-over-IP เพราะฉะนั้นโดยมากจะเป็นการให้บริการฟรี แม้กระนั้นจากนั้นก็มีการเปลี่ยนครั้งสำคัญขึ้นในสิงหาคม 2003 ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคม โดยรวม โน่นเป็นการเปิดตัวการให้บริการโทรศัพท์แบบ peer-to-peer (P2P) ของบริษัท Skype ซึ่งได้รับการยินยอมรับจากผู้รับบริการอย่างถล่มทลาย     การบรรลุผลของ Skype มีเหตุที่เกิดจากการนำเสนอบริการ Voice-over-IP ที่มีคุณภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิมมากมาย และก็ที่สำคัญเป็น “ความง่ายสำหรับการใช้งาน” โดยคนที่อยากใช้บริการสามารถ Download โปรแกรม Skype ขึ้นมาใช้งานได้ข้างใน 5 นาที โดยจำต้องจ่ายค่าครองชีพเป็นจำนวนเงิน 10 ยูโร ฝากบัญชีแบงค์ แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มการใช้แรงงานได้ ซึ่งถ้าเกิดโทรหาคนที่ใช้ Skype อย่างเดียวกันก็ไม่ต้องเสียค่าบริการ หรือถ้าเกิดโทรเข้าเครื่องโทรศัพท์ปกติก็เสียค่าบริการเพียงแต่ 0.0017 ยูโรต่อนาที เพียงแค่นั้น  ซึ่งขณะนั้นผู้ให้บริการโทรคมนาคมหลายบริษัทก็ได้เริ่มให้บริการ Voice-over-IP เช่นกัน แม้กระนั้น  Skype ก็รีบปรับปรุงบริการของตัวเองให้คืบหน้าขึ้นไปอีก แม้ว่าจะมิได้แปลว่าบริการทุกสิ่งของ Skype นั้นจะดีงามไปหมดทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง โดยยิ่งไปกว่านั้นประสิทธิภาพของการให้บริการที่ยังคงเทียบไม่ได้กับโทรศัพท์บ้านหรือ โทรศัพท์มือถือ เพราะว่าถ้าหากว่าผู้ใช้มีการใช้งานโปรแกรมอื่นๆหรือ Download/upload ข้อมูลที่ได้รับมาจาก Internet ไปพร้อมด้วยการใช้แรงงาน Skype ด้วยก็จะมีผลให้ความรู้ความเข้าใจสำหรับการดำเนินการของ Skype ห่วยแตกลง ซึ่งปัญหามีเหตุมาจากโครงข่าย Internet ที่ด้อยประสิทธิภาพ  ซึ่งไม่สามารถที่จะค้ำประกันความเร็วสำหรับการใช้งานได้  ในทางตรงกันข้ามเครือข่ายโทรศัพท์บ้านหรือโทรศัพท์มือถือใช้งานผ่านช่อง สัญญาณเฉพาะต่อการโทรศัพท์แต่ละครั้งนั้นจะมีคุณภาพที่สูงกว่า อย่างไรก็แล้วแต่เมื่อมีการเพิ่ม Bandwidth ในระดับความเร็วถึง Mbps ปัญหาดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นก็คลี่คลายลง

           ต่อปริศนาที่ว่า Voice-over-IP จะก่อให้เกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมด้านโทรคมนาคมยังไงนั้น คำตอบน่าจะสำเร็จกระทบต่อการให้บริการโทรศัพท์ฐานรากเป็นลำดับแรก โดยเฉพาะ โทรศัพท์ทางไกลระหว่างชาติที่คิดค่าธรรมเนียมเหมือนกันกับโทรศัพท์ทางไกลภายในประเทศ ufabet แล้วก็มีลัษณะทิศทางในอนาคตที่เด่นชัดว่า Traffic ของโทรศัพท์ระหว่างชาติ จะวิ่งผ่านเครือข่าย IP ของโครงข่าย Mobile Broadband เป็นหลักเมื่อระบบเน็ตเวิร์กโทรศัพท์มือถือแปลงผ่านสู่ระบบ IP โดยบริบูรณ์ แล้วก็ท้ายที่สุดรายได้ (Revenue Model) ของ Operator โทรศัพท์ระหว่างชาติ จะแปรไปอยู่ในมือของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่มี International Gateway  ของตัวเอง จนกระทั่งทำให้ Operator ที่ไม่มีโครงข่าย Mobile ไม่อาจจะหาเงินในต้นแบบเดิมได้อีกต่อไป