ผู้เขียน หัวข้อ: Apple iPhone 6s กับการอัพเกรดสเปคใหม่ บอกเลยว่าแรง  (Read 20 times)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ririnrinlada

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 4
    • ดูรายละเอียด
iPhone 6s  - เคยสนเท่ห์มั๊ยขาว่าเพราะอะไรชื่อรุ่นของ ไอโฟน ที่ออกมาจะต้องมีท้องนาวสกุลแนบท้าย อย่าง “s” หรือ “Plus” ก็เนื่องจากว่า นี่เป็นตัวบอกการเพิ่มหรือความก้าวหน้าต่างๆของ Apple ผ่านงานที่เพิ่มของใหม่ใหม่ๆหรือฟีเจอร์ใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา ถ้าเกิดพวกเราพิจารณาดีๆเราจะพบว่าแต่ละปี Apple จะออกสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ที่ใช้ชื่อสลับกันเรื่อยมา โน่นคือการเปลี่ยนวางแบบของตัวเครื่องและก็การอัพสเป็คนั่นเองค่ะ อาทิเช่น





•   2007 – IPHONE

•   2008 – Apple iPhone 3G

•   2009 – iPhone 3GS (อัปสเปค)

•   2010 – IPHONE 4 (แปลงออกแบบ)

•   2011 – iPhone 4s (อัปสเปค)

•   2012 – iPhone 5 (เปลี่ยนแปลงออกแบบ)

•   2013 – iPhone 5s (อัปสเปค)

•   2014 – IPHONE 6 / 6 Plus (แปลงวางแบบ)

•   2015 – ไอโฟน 6s / 6s Plus (อัปสเปค)
จนถึงเดี๋ยวนี้ก็พัฒนามาจนถึง iPhone X กันแล้วเพื่อฉลองครบรอบ 10 ปี iPhone นั่นเอง ด้วยเหตุนั้นก่อนจะไปถึง iPhone X พวกเรามาดูเครื่อง iPhone 6s กันก่อนจ้ะ
เริ่มต้นกันที่ตัวอุปกรณ์จ้ะ หากพวกเราดูผิวเผินก็จะคิดว่า iPhone 6s มีขนาดไม่ได้แตกต่างจาก iPhone 6 และก็ iPhone 6 Plus เพราะเหตุว่ารอบนี้เค้ามาแบบออกแบบอย่างเดิมทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เมื่อได้สัมผัสเทียบกัน จะพบว่า มีขนาดใหญ่กว่า จาก iPhone 6 และก็ iPhone 6 Plus บางส่วน ได้แก่ ความดกที่มากขึ้น 0.2 มม. รวมทั้งความกว้างและความสูงของจอที่มีมากกว่าด้านละราวๆ 0.1 มิลลิเมตร เรียกว่าดูด้วยสายตาแทบจะมองไม่ออกอย่างยิ่งจริงๆ แม้กระนั้นเมื่อสัมผัสเราจะรู้สึกได้ว่า iPhone 6s มีน้ำหนักมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด เพราะในรุ่นนี้ Apple ได้มีการเปลี่ยนแปลง สิ่งของมาใช้ Aluminium แบบใหม่ ในซีรีย์ 7000 ที่มีความแข็งแรงกว่าเดิม นำมาซึ่งการทำให้ iPhone 6s มีน้ำหนักมากกว่า iPhone 6 ราวๆ11% เลยทีเดียว แต่ว่าก็โน่นล่ะจ้ะ ยิ่งครึ้มยิ่งหนักยิ่งแข็งแรง
สิ่งที่สร้างความฮือฮาแล้วก็น่าตื่นเต้นแบบที่ว่ามองเห็นแล้วตาลุกตาชันวาวเลยก็คือ สีสันที่เพิ่มเข้ามาที่ตัวเครื่องซึ่งก็คือ สี Rose Gold นั่นเองค่ะ แน่นอนว่าสีนี้ก็เป็นสีที่ครอบครองตลาดขณะนั้นเลยทีเดียว สี Rose Gold เป็นสีที่ผสมผสานระหว่างสีชมพูอ่อน กับสีทองคำ ฉะนั้น สีที่ได้ก็เลยดูสวยแบบเรียบหรูดูดี ไม่หวานเวอร์แบบชมพูดิบๆแห้งๆและไม่ทองงามแบบทองคำสิ่งเดียว เรียกว่าเป็นการผสมผสานที่ประสบความสำเร็จมากอย่างยิ่งจริงๆล่ะ นอกนั้นค่ะ Apple ยังใส่สี Rose Gold เข้าไปที่ขอบของปุ่ม Home ด้วย ดูเหมาะ เสมือนใส่เสื้อผ้ากับเพชรนิลจินดาเข้าชุดเลยล่ะ
มาดูในส่วนของฟีพบร์ทีมาใน iPhone 6s กันบ้างจ้ะ ฟีเจอร์ที่เด่นที่สุดก็คือ ‘3D Touch’ นี่เป็นครั้งแรก ที่ iPhone สามารถรับรู้ “น้ำหนักของผู้กระทำดจอ” ได้ เพื่อให้เราสามารถใช้น้ำหนักการกด ควบคุมฟีเจอร์ต่างๆได้มากขึ้นกว่าเดิม อาทิเช่น การแตะต้องเข้าแอปต่างๆถ้าหากแตะ ก็เป็นการเข้าแอปตามปกติราวกับที่เราเคยชินกันอยู่ แต่ถ้าหากกดลงไปด้วยน้ำหนักที่มากขึ้น ก็จะเป็นการเปิดเมนู Shortcut ต่างๆขึ้นมาให้พวกเราเลือกอย่างเร็วเพิ่มมากขึ้นนั่นเองจ้ะ






 
‘3D Touch’ เป็นเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ทีแรกใน นาฬิกา Apple Watch ในชื่อเทคโนโลยี Force Touch ซึ่งปัจจุบันก็มีแอปออกมามากมายก่ายกองเพื่อรองรับการใช้งานแบบ ‘3D Touch’ จ้ะ เป็นต้นว่า Dropbox, Instagram, Facebook, LINE รวมถึงยังมีเกมต่างๆอีกมากมาย ดังเช่น เกมแข่งรถ AG Drive, Magic Piano, Blob Games เป็นต้นd
ต่อมากับเรื่องของ Screen Protector and Tempered Glass กันบ้างค่ะ พูดง่ายๆก็คือเรื่องฟีล์มกันรอยนั่นเองค่ะ ด้วยเหตุว่าเมื่อมีการใช้เทคโนโลยี ‘3D Touch’ ผู้กระทำดปุ่มโดยการลงน้ำหนัก จะมีผลต่อเครื่องหรือเปล่า นี่เป็นสิ่งที่คนไม่ใช่น้อยสงสัยกันมากอย่างยิ่งจริงๆล่ะ จำเป็นต้องบอกแบบงี้จ้ะว่า การใช้ฟีล์มกันรอยตามเดิมที่เราใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่นนี้สามารถใช้ร่วมกับ iPhone 6 Plus ได้ การใช้งาน ‘3D Touch’ ภายหลังติดฟีล์มก็ยังคงสามารถใช้งานได้ตามปกติจ้ะ ด้วยเหตุนั้นหัวข้อการใช้ฟีล์มคงไม่มีผลต่อการใช้แรงงาน ‘3D Touch’ อะไร รวมทั้งการใช้ฟีล์มกระจกก็สามารถใช้ได้เช่นเดียวกันจ้ะ
มาดูที่กล้องถ่ายภาพกันบ้างค่ะ สำหรับ iPhone 6s เป็นการอัพเกรด กล้องถ่ายภาพอีกทั้งกล้องถ่ายรูปหน้าและก็กล้องข้างหลังมาที่ 12 ล้านพิกเซลเท่าๆกัน ด้วยเหตุดังกล่าวเรื่องของภาพที่ชัดไม่ต้องเอ่ยถึงจ้ะ เรียกว่าเป็นการปรับปรุงตามมาติดๆกับแอนดรอยด์ที่นำเรื่องกล้องถ่ายรูปไปไกลแล้ว