ผู้เขียน หัวข้อ: จากโลกของเกม สู่โลกของอิเลกทรอนิค Nintendo ที่สุดแห่งบริษัทที่คู่ควรแก่การเชิดชู  (Read 5 times)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

hakanmendoza

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 9
    • ดูรายละเอียด
ถ้าคนไหนที่ไม่ได้อยู่ในสายเกม บางทีอาจจะไม่คุ้นชื่อกับบริษัท Nintendo อย่างแน่แท้ เนื่องจากว่าบริษัทนี้ ถือเป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของอุปกรณ์เล่นเกมต่างๆ แถมยังถือเป็นแบรนด์แรกที่เกิดวิดีโอเกมขึ้นมาอีกด้วย แต่ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้นั้น เรียกได้ว่าบริษัทแห่งนี้มีการเดินทางอย่างยาวนานรวมทั้งผ่านเรื่องราวมาอย่างโชกโชนทีเดียว นับว่าเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่คู่ควรแก่การศึกษาและก็เชิดชูสำหรับเพื่อการสร้างสรรค์ธุรกิจเป็นอย่างมาก โดยบริษัทในโลกของเกมแห่งนี้จะมีเรื่องมีราวอะไรให้เราได้เรียนรู้บ้างนั้น ตามไปดูกันค่ะ

Nintendo กับอุปสรรคกว่าจะก้าวเข้าสู่ตำนานเครื่องเกมยอดฮิตที่ขายดีที่สุด



คนไม่ใช่น้อยที่ไม่ได้รู้ประวัติของบริษัทนี้มาก่อน บางทีอาจไม่เคยรู้ว่า ธุรกิจเริ่มแรกของ Nintendo นั้นมาจากการผลิตการ์ด ซึ่งการ์ดในที่นี้นั้นซึ่งก็คือการเล่นเกมการ์ดทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นไพ่หรือพวกการ์ดการ์ตูนต่างๆ แต่ว่าตอนที่บริษัทกำลังประสบผลสำเร็จในญี่ปุ่นนั้น หัวหน้าของบริษัทก็ยังได้มีหูตากว้างไกลสำหรับในการขยายผลิตภัณฑ์เพิ่มอีก เนื่องมาจากมองว่า ไลน์การผลิตการ์ดเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าเพียงบางกรุ๊ปภายในในประเทศญี่ปุ่นนั้น ถือว่าเป็นการตลาดที่แคบและมีข้อจำกัดเยอะเกินไป ซึ่งนับว่าเป็นความนึกคิดที่ไปถูกทางเป็นอย่างมากทีเดียว เมื่อบริษัท Nintendo ตกลงใจรวมธุรกิจกับบริษัทดีสนีย์ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งความร่วมแรงร่วมใจคราวนี้ ทำให้แบรนด์ได้ผลิตการ์ดลายดีสนีย์ออกมาหลายคอลเลคชั่น และได้รับการตอบกลับจากลูกค้าอย่างมากมาย แถมยังสามารถตีตลาดนอกญี่ปุ่นได้อีกด้วย
ซึ่งจากยอดขายการ์ดที่ถล่มทลายนี้ ทำให้ทุนของบริษัท นินเทนโดมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว ซึ่งทำให้เหล่าผู้บริหารได้เริ่มขยายไลน์ธุรกิจออกไปหลายสิ่งหลายอย่าง อย่างไรก็ดีในยุคนั้นบริษัทค่อนข้างจะเดินผิดทางไปสักนิดสักหน่อย เพราะหลายธุรกิจที่เริ่มทำในช่วงนั้นออกจะดูแปลกเกินความจำเป็น และไม่บรรลุเป้าหมายสักเท่าไหร่ ทำให้บริษัทกลับมามีฐานะทางการเงินคลอนแคลน และก็ทำท่าจะไม่ได้ไปต่อ จวบจนกระทั่งมาถึงจุดเปลี่ยนของบริษัทเกม Nintendo ที่ทำให้แบรนด์กลับมายิ่งใหญ่ได้จนถึงทุกวันนี้
สิ่งที่ทำให้แบรนด์นินเทนโดนี้กลับมาบรรลุความสำเร็จได้นั้น ก็คือการก้าวไปสู่ธุรกิจเกมแบบดิจิตอล โดยในสมัยนั้น Nintendo ถือเป็นบริษัทแรกๆที่หันมาให้ความสนใจกับวิดีโอเกม โดยยังนับว่าเป็นเจ้าแรกที่เป็นผู้จำหนาย Magnavox Odyssey ในญี่ปุ่น ซึ่งนี่ถือเป็นเครื่องเล่นวิดีโอเกมเครื่องแรงของโลก แล้วก็ถือเป็นจุดเปลี่ยนของการเล่นเกมที่สะเทือนแวดวงเกมแบบทั้งโลกเลยทีเดียว
ซึ่งภายหลังจากกลับมาประสบผลสำเร็จในวงการเกมแบบดิจิตอบแล้ว แบรนด์นี้ก็หันมาให้ความเอาใจใส่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านการเล่นเกมอย่างเอาจริงเอาจัง จึงทำให้มีนวัตกรรมใหม่ๆของการเล่นเกม Nintendo ปลดปล่อยออกมาทำการตลาดมากไม่น้อยเลยทีเดียวในหลายช่วง โดยหนึ่งในเกมที่ประสบผลสำเร็จของยี่ห้อนี้ก็คือ Donkey Kong ซึ่งได้เปลี่ยนเป็นต้นแบบของเครื่องเล่นเกมหลายๆรุ่นในยุคต่อมา ก่อนที่บริษัทจะมีการปรับปรุงเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นไปอีกจนกระทั่งบริษัทคู่แข่งขันตามกันไม่ทัน
โดยระเบิดลูกใหญ่อีกลูกที่แบรนด์นินเทนโดนี้ได้ทิ้งใส่วงการเกมของโลกนั้น ก็จำต้องชูให้เครื่องเล่นเกมอย่าง Famicom ที่ถือเป็นเครื่องเล่นเกมรุ่นแรกที่บริษัทผลิตตัวเครื่องเอง อย่างไรก็ตามความสำเร็จของเกมรุ่นนี้นั้นได้หยุดชะงักลง ภายหลังจากลูกค้ามีการร้องทุกข์เกี่ยวกับเครื่องเล่นว่ามีการติดค้างระหว่างเล่นกันจำนวนมาก ซึ่งได้มีผลต่อยอดจำหน่ายของบริษัท

 

ดังนี้วิกฤติของ Nintendo ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะปัญหายอดจำหน่ายของบริษัทนั้นไม่ได้มาจากประสิทธิภาพของเครื่องวีดีโอเกมที่ไม่สมบูรณ์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะเกิดวิกฤตการอิ่มตัวของตลาดเกมในประเทศญี่ปุ่นขึ้นอีกด้วย โดยส่วนหนึ่งนั้น เกิดมาจากการที่เกมคอมพิวเตอร์เริ่มเข้ามาทำการตลาดและแก่งแย่งส่วนแบ่งของตลาดเกมไปได้จำนวนไม่น้อย
 

แน่นอนว่าบริษัทที่ผ่านการล้มลุกคลุกคลานมาอย่างโชคโชนนั้น ย่อมไม่ยอมแพ้วิกฤติเพียงเท่านี้อย่างแน่นอน เนื่องจากว่า Nintendo ได้แก่งแย่งส่วนแบ่งตลาดกลับมาได้ด้วยการบุกตลาดเครื่องเล่นคอนโซลและก็แบบพกพา ซึ่งได้รับความนิยมจากเหล่าคอเกมเป็นอย่างมาก ทำให้บริษัทก้าวกลับมาเป็นอันดับที่หนึ่งในแวดวงเกมได้อย่างสมศักดิ์ศรี ซึ่งงานนี้ต้องยกนิ้วให้เหล่าผู้บริหารแล้วก็คนคิดค้นนวัตกรรมของแบรนด์ที่ไม่เคยยอมแพ้ และยังคงคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อครองลำดับต้นๆของตลาดเกมต่อไป